The Last of The Jedi#1 The Desperate Mission

posted on 22 May 2016 12:04 by loilanlom in TheLastOfTheJedi directory Fiction

 

 

 

 

ในที่สุดเราก็มาถึงจุดนี้laughing 5555

            The Last of The Jedi เป็นซีรีย์ที่เล่าเรื่องราวของพ่อหนุ่ม เอฟอีสองบวก เฟอรัส โอลินในช่วงปีที่ 2 หลังพัลพาทีนเปลี่ยนสาธารณรัฐเป็นจักรวรรดิ โดยผู้แต่งคนเดิมคือ Jude Watson จัดเป็นนิยายเยาวชนเล่มบางๆหนาราว 100 กว่าหน้า สามารถที่จะอ่านแยกเล่มกันได้เพราะว่าผู้เขียนจะเล่าความเป็นมาพอสังเขปไว้ในบทต้นๆของแต่ละเล่มให้พอรู้เรื่องอยู่แล้ว

 

 

 

             เปิดเรื่องมา ณ ดาวทาทูอีน หนูน้อยลุคอายุได้ขวบนึง โอบีวันวัยเฉียด 40 กำลังนั่งซึมเซาหวนหาอดีตก็ได้ข่าวว่าที่ดาวเบลาสซาจักรวรรดิกำลังตามจับเฟอรัส โอลิน ผู้ต่อต้านที่แหกคุกของฝ่ายจักรวรรดิออกมาได้ เขาอยากไปช่วยเต็มแก่แต่ก็กลัวว่าลุคจะไม่ปลอดภัย แต่แล้วเสียงของไควกอนก็ดังขึ้นยืนยันว่าเขาจะช่วยดูแลลุคให้ โอบีวันจึงไปเบลาสซาอย่างสบายใจ เท่าที่เขารู้หลังเฟอรัสออกจากการเป็นเจไดเขาก็ไปทำมาหากินกับเพื่อนที่ชื่อโรแอน แลนด์ ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทั้งคู่เป็นแกนนำในการต่อต้านจักรวรรดิจึงถูกจับกุมตัว เฟอรัสหนีออกมาได้แต่โรแอนยังถูกขังอยู่

 

 

                  โอบีวันในคราบของเบนมาถึงดาวเบลาสซา ก็สืบสาวราวเรื่องจนช่วยโรแอนออกมาได้อย่างปลอดภัยและได้เดินทางไปพบกับเฟอรัส แต่เรื่องไม่จบแค่นั้นเมื่อทางจักรวรรดิยื่นเงื่อนไขให้เฟอรัสมามอบตัวแลกกับการปล่อยนักโทษที่มีอยู่    มิฉะนั้นจะฆ่าชาวบ้านที่ถูกจับเป็นตัวประกันให้หมด เฟอรัสจำต้องมามอบตัว แต่ด้วยแผนอันชาญฉลาดของโอบีวัน ที่จุดนัดพบเกิดการจราจลขึ้น ทางการจับเฟอรัสไม่ได้ แต่สถานการณ์ก็บังคับให้เขากับโอบีวันจำเป็นต้องหลบหนีออกนอกดาวไปยังดาวในระบบที่ห่างไกล พ่วงมาด้วย เทรเวอร์ เด็กชายวัยรุ่นที่บังเอิญแอบเข้ามาหลบอยู่ในยานที่ทั้งสองขับพอดี ทั้งหมดผ่อนลมหายใจได้ไม่นานนักหลังหนีรอดมาได้      ก็ให้ใจหายใหม่ เมื่อพบว่ายานของโบบา เฟตต์ นักล่ารางวัลหนุ่มน้อยไล่ตามมาติดๆ

 

 

-นับเป็นการเปิดเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกสนุก เนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรมาก แต่อ่านเพลินชวนติดตามมากขึ้นเยอะ ต้องยกความดีความชอบให้บทสนทนาระหว่างไควกอน จินน์-โอบีวัน ที่มาทีไรให้ปลื้มใจทุกที  รวมทั้งเฟอรัสที่แม้จะยังดูเป็นพระเอกผู้เพียบพร้อมเหมือนเดิม แต่การบรรยายเขาในแบบคนธรรมดาที่มีการหยอกล้อ มีอารมณ์ขัน มีท่าทางผ่อนคลาย คิดว่าน่าจะทำให้คนอ่านค่อยๆรักเขามากขึ้นได้ ถึงตอนนี้จะใช้พลังได้บ้างไม่ได้บ้างเพราะไม่ได้ใช้มานาน แต่ยังไงๆคงต้องค่อยๆกลับมาเก่งได้แหงๆ   ยิ่งเขามีปณิธานอันแรงกล้าตามประสาคนหนุ่มที่จะลุกขึ้นสู้กับจักรวรรดิก็น่าติดตามว่าจะทำยังไงได้บ้าง นอกจากจะตามหาเจไดที่เหลือรอดมาเพื่อรวมตัวกันสู้ และสุดท้ายเขาจะรอดไปจากซีรีย์นี้ไหม(เพราะเรารู้แล้วว่ากว่าจะชนะได้ก็ต้องรอลุคโตนู่น)

 

-ในแง่ของคนธรรมดาอย่างเฟอรัสเข้าใจว่าพัลพาทีนก็แค่นักการเมืองที่ฉวยโอกาสรวบอำนาจ  แต่พอรู้จากโอบีวันว่าเขาคือซิทลอร์ด ถึงได้เข้าใจว่านี่เป็นแผนการบ่อนทำลายเจไดมาตั้งแต่ต้น แต่เขายังไม่รู้ว่าอนาคินคือเวเดอร์ เพราะโอบีวันบอกว่าลูกศิษย์เขา "ตายไปแล้ว" (คงจะได้รู้ความจริงเอาช่วงท้ายๆแหละมั้ง)

 


นอกจากสองตัวหลักของเรื่องแล้ว ยังมีตัวประกอบที่น่าสนใจอีกหลายตัว อาทิ


-อินควิซิเตอร์ มาโลรัม ลูกน้องของลอร์ดเวเดอร์ที่ได้รับมอบหมายให้มาสืบสวนการตายของวุฒิสมาชิกอมิดาล่า > ถือเป็นตัวร้ายตัวใหม่ที่ต้องรอดูว่าจะมีพิษสงแค่ไหน เพราะเท่าที่ดูยังแทบไม่ได้โชว์อะไรเลย ใช้จ้างโบบา เฟตต์เอาตลอด ขนาดโอบีวันกับเฟอรัสหลบอยู่ในห้องแท้ๆก็ยังไม่รู้สึก(ไม่แน่ใจว่าแกเป็น น่าจะเป็น force user รึเปล่า)

 


-โบบา เฟตต์ ถือเป็นตัวละครที่มีชื่อเสียง นักล่าเงินรางวัลหนุ่มน้อยก็เลยได้รับเชิญมาในซีรีย์นี้ด้วย เท่าที่อ่านไปแกเก่งน่าดูเลยเชียวแหละ สู้ได้สูสีกับพวกเจได ถึงจะรับจ้างฝ่ายตัวร้ายมาแต่คิดว่ายังไงๆบทน่าจะออกมาในแบบเทาๆมากกว่า

 


-เทรเวอร์ หนุ่มน้อยอายุ 13 ปีมีทักษะการเอาตัวรอดสูง หลังจากที่ต้องพึ่งตัวเองหลังกำพร้าพ่อแม่ไปในสงครามโคลน จัดว่าเป็นส่วนสำคัญของซีรีย์นี้ที่จะขาดตัวละครเด็กไปไม่ได้ แม้จะออกแนวเจ้าเล่ห์ แสนกล ยากจะไว้ใจ แต่ดูท่าลึกๆแล้วก็เป็นคนดี หลังจากได้ผจญภัยไปกับพวกเจไดน่าจะมีพัฒนาการอะไรดีๆมากขึ้นนอกจากจะเป็นแค่ผู้ช่วยเหลืออย่างในเล่มนี้

 

-โรแอน ดูเป็นคนเข้มแข็ง เป็นเพื่อนสนิทของเฟอรัส ต่อมาจึงได้ไปทำงานด้วยกัน เล่มนี้เขาเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บและกำลังรักษาตัวอยู่ที่เบลาสซา น่าจะมีบทในเล่มต่อๆไปให้ได้มาเจอกับเฟอรัสอีก

 


-เรื่องนี้ได้พาคนอ่านไปพบกับการปรับตัวของโอบีวันหลังนิกายเจไดล่มสลาย หลังจากที่เขาซุ่มเก็บตัวอยู่นานก็สบโอกาสได้ออกมาบู๊ใหม่ การปรับตัวของเฟอรัสหลังออกจากนิกายเจไดและการเปลี่ยนบทบาทไปเป็นผู้นำของกองกำลังต่อต้าน นับเป็นการพัฒนาบทบาทและนิสัยของตัวละครไปมาก ทั้งการสละความยึดติดต่อความทรงจำความเคยชินเดิมๆ การทำใจยอมรับกับความเปลี่ยนแปลง การปรับตัว รวมถึงลุกขึ้นสู้ใหม่ โอบีวันยอมรับว่าในกาแล็กซีที่เปลี่ยนไปนี้ เจไดก็ควรเปลี่ยนแปลงด้วย เช่น การยอมรับว่าความผูกพันหรืออารมณ์ต่างๆเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องต้องห้าม และแม้เฟอรัสจะเปลี่ยนไปแค่ไหน โอบีวันก็ยังนับว่าเขาเป็นเจไดอยู่เสมอ

Comment

Comment:

Tweet