เซียวฮื่อยี้

posted on 19 May 2016 15:07 by loilanlom in Kamlungpainai directory Entertainment

             

บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญในเรื่อง

          มาเป็นนิยายของโกวเล้งกันบ้าง เรื่องนี้จัดเป็นนิยายเรื่องแรกๆที่ดำเนินตามขนบหนังสือกำลังภายใน พระเอกไม่ค่อยเก่ง ออกมาท่องเที่ยวในยุทธภพ เจอคัมภีร์ ฝึกวิชา ค่อยๆเก่งขึ้น เจอนางเอก สะสางปัญหา เสร็จแล้วก็เร้นกายจากยุทธภพไปอยู่ด้วยกัน ค่อนข้างดังอยู่พอสมควรนะเห็นสร้างมาฉายทางทีวีอยู่ก็หลายเวอร์ชั่น   สังเกตว่าหลายๆเรื่องของโกวเล้งมักใช้พระเอกคู่อย่างเช่น เซียวฮื่อยี้-ฮวยบ่อข่วย ลี้คิมฮวง-อาฮุย เอี๊ยบไค-โป้วอั้งเสาะ ลอยลมคิดว่านี่เป็นเรื่องที่บรรยายวิชาฝีมือค่อนข้างมากที่สุดแล้ว ชุดฤทธิ์มีดสั้นนี่เน้นอารมณ์เต็มๆเลย

 

 

          เรื่องนี้เริ่มจากสองสาวพี่น้องประมุขวังบุปผาผู้มีวิชาเลิศล้ำพากันหลงรักชายคนหนึ่ง แต่ชายคนนั้นไม่รับรักกลับไปชอบพอกับสาวใช้จนมีลูกชายฝาแฝดออกมา ทั้งคู่พากันหนีไปแต่กลับประสบเหตุเภทภัยจนตาย สองสาวประมุขรู้สึกว่ายังล้างแค้นชายคนนั้นไม่สาแก่ใจ(เขาไม่ชอบตัวเองนี่ความผิดเขาเลยใช่ไหมเนี่ย) เลยกะว่าจะเสี้ยมให้ลูกแฝดทั้งคู่ฆ่ากันตายเอง จึงนำเด็กชายคนหนึ่งไปเลี้ยงดูให้ชื่อว่า ฮวยบ้อข่วย(บุปผาไร้ตำหนิ-ตอนอ่านไปนานๆตาชักลาย ลอยลมอ่านเป็น ควยบ่ห่วย-ควยบ่อข้วย(ควยไร้ตำหนิ5555) ส่วนอีกคนทิ้งไว้ กะว่าเดี๋ยวต้องมีคนรู้จักของชายคนรักพาไปเลี้ยงแน่ๆตอนฟังความคิดของทั้งคู่ ลอยลมคิดว่ามันจินตนาการบรรเจิดมากอ่ะ ตัวชายคนรักก็ตายไปแล้ว เด็กมันก็เป็นผู้บริสุทธิ์ ยายสองคนนี่จะรอเป็น 20 ปีเพื่อแก้แค้น เกิดระหว่างทางที่พากลับไปเลี้ยง เด็กคนใดคนหนึ่งเกิดตายไปก่อน ไม่ต้องแก้แค้นกันพอดีlaughing

 

 

           แล้วเพื่อนร่วมน้ำสาบานของพ่อเด็กก็มา เขาคืออี้น่ำเทียน ผู้ยอดยุทธ หนุ่มใหญ่กะว่าจะพาเด็กไปเลี้ยง แต่ก่อนอื่นต้องไปตามล้างแค้นคนที่ทรยศเพื่อนก่อน ซึ่งตอนนี้มันไปหลบอยู่ในหุบเขาคนโฉด เขาเลยพาทารกน้อยพร้อมศพพ่อแม่ตะลอนๆไปที่นั่น แต่จอมยุทธผู้เที่ยงตรงหรือจะสู้มารยาร้อยเล่ห์กลของเหล่าคนโฉดได้ อี้น่ำเทียนถูกทำร้ายจนเป็นอัมพาตทิ้งให้ทารกน้อยเติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูของพวกคนโฉด พวกเขาตั้งชื่อให้เด็กน้อยว่า เซียวฮื่อยี้(เจ้าลูกปลาน้อย)

 

 

             หลังจากนั้นเนื้อเรื่องก็เป็นไปตามคาดน่ะนะ พอโตขึ้นเด็กหนุ่มทั้งสองก็มาพบกัน แต่หารู้ไม่ว่าเป็นฝาแฝดกัน(ทั้งๆที่ต่างกันนิดหน่อยที่ฮื่อยี้มีแผลเป็นที่หน้าเท่านั้นเอง) ฮื่อยี้เป็นพระเอกแนวสุขสำราญ ฉลาดแสนกลแต่ไม่ถึงกับเลว เพราะในหมู่คนโฉดที่เลี้ยงดูมานั้นยังมีคนดีอยู่(ความจริงบทคนโฉดมันโฉดจริงอยู่ไม่กี่คนหรอก นอกนั้นก็ออกเทาๆฮาๆมากกว่า) ส่วนฮวยบ่อข่วยก็แสนเก่ง แสนดี แต่สุภาพเย็นชา ออกจะน่าสงสาร

 

                  เรื่องนี้ทั้งเรื่องเหมือนจะเป็นรักสามเส้าของฝาแฝดกับทิซิมลั้ง จนฮื่อยี้ตัดใจจากนางไปได้แล้ว ทิซิมลั้งก็ยังละล้าละลัง จะเอายังไงดีกับฮวยบ่อข่วย(เฮ่อ กว่าจะตัดสินใจได้เล่นเอาตอนจบ ขึ้นแท่นเป็นนางเอกน่ารำคาญอันดับสองต่อจากเล้งยี้) ส่วนเซียวฮื่อยี้ตลอดเรื่องได้ไปผจญภัยคลายปริศนาอะไรต่อมิอะไรได้อย่างสนุกสนาน ปนหวาดเสียว ทำให้คิดได้และค่อยๆปรับปรุงพัฒนาตัวเองขึ้น ส่วนตอนหลังๆประมุขวังบุปผาและอี้น่ำเทียนก็โดดลงมาเล่นด้วย รวมกับเรื่องคนที่ทรยศพ่อ เรื่องพวกคนโฉดที่สุดท้ายได้รับกรรมไปตามๆกัน มีการหักมุมเป็นระยะทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นน่าติดตามมาก

 

 

           เราว่าแก่นของเรื่องนี้พูดเรื่องการละความแค้น-เพิ่มความรัก แม้พ่อแม่จะถูกฆ่าแต่เซียวฮื่อยี้ก็ไม่ได้คิดล้างแค้น จะว่าไปส่วนนึงมันก็เพราะเซียวฮื่อยี้โตมาแบบไม่ได้ถูกปลูกฝังความเกลียดชังในหัวเหมือนโป้วอั้งเสาะ พ่อแม่แท้ๆเป็นใครก็เพิ่งมารู้ตอนโต ฮื่อยี้ก็ต้องผูกพันกับพวกคนโฉดมากกว่าอยู่แล้ว เหมือนกับที่ฮวยบ่อข่วยผูกพันกับประมุขวังบุปผา ไม่แปลกที่เขาจะไม่สนใจเรื่องแก้แค้น ซึ่งแทนที่จะปั้นเรื่องมาหลอกฮวยบ่อข่วยว่าพ่อแม่เซียวฮื่อยี้เป็นคนฆ่าพ่อแม่ฮวยบ่อข่วยอะไรก็ว่าไป ดันสั่งแต่ว่าให้มาฆ่าฮื่อยี้เฉยๆ เรื่องมันก็เลยน่าสงสัยจนความแตก แต่สุดท้ายเรื่องนี้สองพี่น้องฝาแฝดก็เข้าใจกันได้ ต่างได้นางเอกไปคนละนาง อี้น่ำเทียนกับประมุขวังบุปผาก็เลิกราความแค้นต่อกัน Happy Ending

 

 

ข้อคิดสอนใจ

 

"ขณะที่ทำร้ายคน อย่าได้ลืมเลือนว่ากลับเป็นการทำร้ายตัวเอง"


"ผู้คนอาจเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตา แต่ชีวิตไม่มีวันเปลี่ยนแปลงในบัดดล"


"คนผู้หนึ่งคิดเป็นไต้เฮียบ(ผู้กล้าหาญ) นับว่าไม่ง่ายดายจริงๆ

มันมิเพียงต้องทำเรื่องราวที่ผู้อื่นทำไม่ได้

ยังต้องกล้ำกลืนรับในสิ่งที่ผู้อื่นรับไว้ไม่ได้"


"ความอ้างว้างอันยาวนานนับว่าไม่อาจทนทานรับยิ่งกว่าความปวดร้าวใดๆ"


"...การมีชีวิตอยู่ บางครั้งยากลำบากกว่าการตายมากนัก

การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด มิเพียงต้องพึ่งพาความเชื่อมั่น

และภูมิปัญญาใหญ่หลวงกว่าความตาย

ยังต้องการความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่"

 

"คนผู้หนึ่ง หากบรรลุถึงขั้นไม่มีหัวใจให้สูญเสีย

นั่นจึงเป็นความเศร้าโศกอย่างแท้จริง"

Comment

Comment:

Tweet