JQ#9 The False Peace

posted on 11 May 2016 16:53 by loilanlom in JediQuest directory Fiction

 

 

                 การตามร่องรอยของเจนน่ากับเทด้าพาพวกเจไดมายังดาวฟอลลีน ดาวที่กำลังอยู่ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม โรงงานใหญ่ๆผุดขึ้นทั่วเมือง ที่นี่เองพวกเขาได้มีโอกาสช่วยมาซาร่า นักหนังสือพิมพ์สาวจากพวกดรอยล์ที่ถูกส่งมาสลายการชุมนุม เนื่องจากเธอเป็นผู้นำการประท้วงโรงงานที่ปล่อยของเสียทำลายสิ่งแวดล้อมและเป็นสาเหตุให้คนงานจำนวนหนึ่งล้มป่วยจนเสียชีวิต ลำพังข้อมูลจากวิหารเจไดนั้นยังไม่เพียงพอจะบอกได้แน่นอนว่าโอเมก้าเป็นเจ้าของโรงงานที่ไหนกันแน่ เพียงแต่มีเบาะแสอยู่ว่าเขาเกี่ยวข้องกับโรงงานแห่งหนึ่ง  มาซาร่าจึงอาสาพาพวกเขาแฝงตัวเข้าไปสืบข่าวในโรงงาน ส่วนสิรีกับเฟอรัสแยกตัวไปสืบหาเทด้า อดีตผู้นำโรมินซึ่งมีข่าวว่าพักอยู่ที่โรงเเรมหรูอีกแห่ง    แต่เจนน่า เเซน อาร์เบอร์นั้นยังไร้ร่องรอย(มาถึงเล่มนี้ความสัมพันธ์ของอนาคินกับเฟอรัสดีขึ้นมาก ถึงขนาดหยอกเล่นได้ คิดว่าคงทำใจกันได้แล้วแหละมั้ง โตๆกันแล้วด้วย)

 

 

          หลักเลิกงานอนาคินกับอาจารย์ลงไปยังท่อน้ำใต้โรงงานจนพบหลักฐานของเจนน่า แต่ไม่ทันได้เก็บมาน้ำจำนวนมากก็โหมซัดเข้าใส่ โรงงานค่อยๆพังถล่มลงมา ทั้งคู่รอดมาได้อย่างฉิวเฉียด เหมือนอย่างเคยโอเมก้าหลุดรอดมือพวกเขาไปได้อีกแล้วด้วยการทำลายหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมด โดยที่ไม่ทันคิดว่าจะทำอะไรต่อไป ทั้งกลุ่มก็ถูกเรียกตัวกลับคอรัสซังค์ เทด้าแจ้นมาฟ้องสภาเรื่องที่เจไดช่วยฝ่ายต่อต้านโค่นล้มอำนาจ วุฒิสภาที่ไม่ชอบพวกเจไดอยู่แล้วจึงยื่นญัตติลดอำนาจของเจไดโดยมีผู้นำคือบ็อก แฟนแอสตรี(โผล่มาในJQ3 เป็นนักชะเลีย แต่ตอนนี้เป็นนักการเมืองแล้วwink) โอบีวันสงสัยว่านี่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อดึงความสนใจของคนส่วนใหญ่จากแผนการร้ายของโอเมก้าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังจึงพยายามค้นหาความจริง ด้านอนาคินที่โตเป็นหนุ่มก็เริ่มใกล้ชิดกับสมุหนายกพัลพาทีนมากขึ้นเรื่อยๆ

 

 

            ตอนแรกลอยลมคิดว่าเล่มนี้จะเป็นเล่มที่เป็นไคลแมกซ์ซะอีกนะ ปกติพวกซีรีย์ 10 ตอน ตอนที่พีคจะอยู่ที่ราวๆตอน 8-9 แล้วค่อยไปผ่อนคลายตอนท้ายสุด แต่ไม่ใช่แฮะ เรื่องยังคงเป็นไปในแนวเดิมๆคือการเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับแกรนต้า โอเมก้าและเจนน่า ซึ่งคลาดกันไปมาเป็น 10 รอบได้แล้วมั้งยังจับไม่ได้เสียที คราวนี้แผนการใหญ่ที่คอรัสซังค์ก็เกือบบรรลุเป้าหมาย ดีที่โอบีวันมองแผนการของตัวร้ายได้ทะลุปรุโปร่งแล้วตามไปขัดขวางได้ทัน แต่ก็ต้องพลาดการจับตัวทั้งคู่เช่นเคย จะว่าไปก็ต้องชมโอเมก้าจริงๆที่แกมีแผนหลัก แผนรอง แผนหนี เตรียมไว้ตลอดๆ จะจับที อ้าว ถูกเบี่ยงความสนใจให้ไปช่วยคนอื่น กำลังจวนตัว จะหนีไม่ทัน อ้าว ปล่อยดรอยล์มาสัก 30 ตัว พวกเจไดก็ยุ่งหัวหมุนตามไปไม่ทันแล้ว ถือเป็นตัวร้ายหลักของซีรีย์นี้เลยนะ มีพื้นที่เยอะมาก ถึงจะไม่ค่อยได้ออกโรง เอาแต่วางแผนก็ตามที laughing

 

 

               ส่วนอื่นในเล่มนี้ก็ค่อนข้างโอเค ถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครจะแห้งแล้งไปหน่อย ทีมของสิรี-เฟอรัสที่มาร่วมแจมก็เป็นแค่ไม้ประดับ  แม้เฟอรัสจะทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ดีจนอนาคินอิจฉาก็ตาม  เรื่องของแอสตรีนับว่าน่าสนใจมากขึ้นเมื่อชีวิตคู่ของเธอกับสามีที่เป็นนักการเมืองไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากเล่มนี้เหมือนจะเธอจะเลิกกับบ็อกซะแล้วและขอเลี้ยงลูน ลูกชายตามลำพังกับดิดิผู้เป็นพ่อ  ส่วนแง่มุมด้านการเมืองของพัลพาทีนกับเหล่าวุฒิสภาที่มีเบล ออร์กาน่าโผล่มาด้วยก็สร้างความแปลกใหม่ได้ดี ทั้งแผนการหลอกล่อ หลอกใช้แต่ละคนเพราะปกติซีรีย์นี้จะเน้นผจญภัย แต่เล่มนี้กลับมาเล่นการเมืองในสัดส่วนที่มากขึ้น เราชอบการปั่นหัวอย่างแนบเนียนของพัลพาทีน แบบค่อยๆแซะ ค่อยๆเสี้ยมอนาคินให้เกิดความสงสัยในสภาเจไดทีละน้อยๆ  เสียดายที่ไทโรเพื่อนนักการเมืองที่ช่วยเหลือโอบีวันมาตลอดกลับตายไปโดยไม่มีโอกาสได้บอกความลับ   ตอนลาจากกันก็มีเศร้าหน่อยๆเหมือนกัน สงสารโอบี้yell

 

เวลาจะไปไหน

ผู้คนที่บ้านเกิดของของไทโรจะไม่พูดว่า ลาก่อนหรือเจอกันใหม่

เพราะพวกเขาถือว่านั่นเป็นลางร้าย

 

"งั้นก็ไปเถอะ" ไทโรเคยบอกโอบีวันเช่นนั้นพร้อมกับยิ้มกว้าง

เวลาเขาจะลาไปไหนไกลๆ

 

"การเดินทางเพิ่งเริ่มขึ้น ไปเถอะ" โอบีวันเอ่ยเบาๆด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยกับร่างของเพื่อนรักที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า  น้ำตาอุ่นๆเอ่อคลออยู่ในดวงตา

 

Comment

Comment:

Tweet